วันที่ ๒๒ ตุลาคม ภายในสีมาของวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ภิกษุณีวายามา นิโรคา เสรี และ หาสาพายา ได้รับการบวชเป็นภิกษุณี โดยมี อยยา ทถาโลก (Ayya Tathaloka) เป็น พาวาทินี (พระอุปัชฌาย์ฝ่ายภิกษุณี) พระวิสุทธิสังวรเถร(พรหมวํโส) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสุชาโต เป็นอนุสาวนาจารย์
ท่านได้กล่าวว่า“นี่เป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งของอาตมา ซึ่งได้บรรลุตามจุดมุ่งหมายที่ได้ตั้งใจไว้ ตลอดระยะเวลาในการดำเนินงานเป็นเวลา ๙ ปีที่ผ่านมา ” เป็นการแสดงให้เห็นว่า พระวิสุทธิสังวรเถร(พรหมวํโส) ได้วางแผนดำเนินการสนับสนุนภิกษุณีมา เป็นเวลา๙ ปี แล้ว ทั้งๆที่ได้มีมติคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงและสาขาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ออกมาในการประชุม เมื่อวันที่ ๑๖ – ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ และ๑๖ – ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ ว่า “วัดหนองป่าพง หรือสาขาของวัดหนองป่าพง ทั้งในประเทศและนอกประเทศไทย ต้องอยู่ภายใต้กฎข้อบังคับของมหาเถรสมาคมโดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งหมดนี้ไม่มีการอนุญาตให้ดำเนินการบวชภิกษุณีในคณะสงฆ์ของวัดหนองป่าพงและสาขาวัดหนองป่าพงทั้งในและนอกประเทศไทย วัดสาขาใด ฝ่าฝืน สามารถถูกถอดถอนออกจากความเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง” และแจ้งให้กับพระวิสุทธิสังวรเถร(พรหมวํโส) ได้ทราบมาโดยตลอด
ท่านยังได้ให้คำสัญญา รับปากกับไว้ว่า ท่านจะไม่ทำการบวชภิกษุณี โดยส่งเป็นจดหมายยืนยัน มาที่วัดป่านานาชาติ เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๑
ต้นเดือนกรกฏาคม ๒๕๕๒ ตัวแทนคณะสงฆ์ของวัดหนองป่าพง เดินทางไปกราบนมัสการสมเด็จ
พระพุฒาจารย์ ประธานที่ปรึกษา สมเด็จพระสังฆราช เพื่อปรึกษาเรื่องของการบวชภิกษุณี
เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านกล่าวว่า “ผู้หญิงมีสิทธิที่จะบวชในสายของฝ่ายมหายาน แต่ในฝ่ายของเถรวาท ภิกษุณีไม่มีแล้ว จึงไม่สามารถบวชได้”
พระวิสุทธิสังวรเถร(พรหมวํโส) พยายามหาผู้สนับสนุนท่าน โดยเดินทางไปประเทศ
อังกฤษ เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ พระราชสุเมธาจารย์ (หลวงพ่อสุเมโธ) บอกให้ท่านเลิกล้มความตั้งใจ แต่ท่านปฏิเสธและยังดำเนินการแบบลับๆ
เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๒ ณ เวลา ๐๙.๓๐น. ตัวแทนคณะสงฆ์ของวัดหนองป่าพง เดินทาง
ไปกราบนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานที่ปรึกษา สมเด็จพระสังฆราช เพื่อยื่นจดหมายแสดงถึงความไม่เห็นด้วย กับการกระทำของพระวิสุทธิสังวรเถร(พรหมวํโส) ในเรื่องการบวชภิกษุณี จำนวน ๒ ฉบับ ให้กับเจ้าประคุณสมเด็จฯ ฉบับแรกจากวัดหนองป่าพง ลงนามรับรองโดย พระราชภาวนาวิกรม (หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม) และจากสาขาวัดหนองป่าพง ภาคพื้นยุโรป ลงนามโดย พระราชสุเมธาจารย์ (หลวงพ่อสุเมโธ)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ ท่านให้ความเห็นว่า “อาจารย์พรหมวังโสกำลังตัดสินใจดำเนินการกับ
สิ่งที่ท่านเห็นว่าสมควรแล้ว แต่ว่าไม่ได้เป็นที่อนุมัติจากคณะสงฆ์ของประเทศไทย” เจ้าประคุณสมเด็จฯ ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า “พิธีอุปสมบทภิกษุณีที่จะเกิดขึ้นในเมืองเพิร์ธควรถือว่าเป็นโมฆะ และกลุ่มผู้หญิงที่ร่วมพิธีควรยังคงมีอยู่ในฐานะแม่ชี (หรือสีลธารา)”
แม้จะมีการต่อต้าน ไม่เห็นด้วยจากคณะสงฆ์ วัดหนองป่าพง ทั้งในและนอกประเทศไทย
อยู่ก็ตาม พระวิสุทธิสังวรเถร(พรหมวํโส) ยังดำเนินการให้มีการบวชภิกษุณีขึ้น วันที่ ๒๒ ตุลาคม ภายในสีมาของวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย
โดยไม่สนใจต่อคำทัดทานของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงและสาขาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อีกทั้งเป็นการกระทำที่ ฝ่าฝืนกฎของมหาเถรสมาคม ซึ่งห้ามพระเณร บวชหญิงเป็นบรรพชิต ตามประกาศแถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่มที่ ๑๖ หน้า ๑๕๗ ซึ่งมีพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ พ.ศ. ๒๔๗๑ ห้ามภิกษุสงฆ์ในประเทศไทยทำการอุปสมบทให้แก่สตรี
เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามพระวินัย ที่ว่าภิกษุณีนั้นจะต้องได้รับการบวชจากคณะสงฆ์สองฝ่าย คือภิกษุและภิกษุณี แต่ในปัจจุบันเป็นที่ปรากฏว่า เชื้อสายของภิกษุณีเถรวาทนั้นได้สิ้นสุดไปนานแล้ว จึงไม่อาจจะจัดให้มีการบวชภิกษุณีได้ตามพระธรรมวินัย ถึงแม้จะยังหลงเหลือภิกษุณีอยู่ในบางประเทศ แต่ภิกษุณีเหล่านั้นสังกัดนิกายมหายาน จึงไม่สามารถที่จะจัดการบวชให้กับภิกษุณี ร่วมกับพระภิกษุสงฆ์ที่ สังกัดนิกายเถรวาทได้ ด้วยเหตุนี้ แม้ในสังคมปัจจุบัน จะให้สิทธิเสรีภาพ ของหญิงเสมอกันกับชายก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติก็ไม่สามารถที่จะจัดการบวชภิกษุณีได้ เพราะในทางพระพุทธศาสนานั้นต้องถือพระธรรมวินัย และกฎระเบียบของคณะสงฆ์เหนือสิ่งอื่นใด
การตัดสินใจครั้งนี้ได้เป็นเหตุให้เกิดการแตกแยกครั้งใหญ่ที่สุดของคณะสงฆ์ในประเทศฝั่งตะวันตกนับตั้งแต่เมื่อ หลวงปู่ชายังมีชีวิตอยู่ และยังเป็นเหตุให้เกิดการแตกแยกในสำนักแม่ชีในประเทศฝั่งตะวันตกด้วย
จากการที่พระวิสุทธิสังวรเถร(พรหมวํโส) ได้กระทำการมาทั้งหมดนี้ เป็นเหมือนกับการท้าทาย ในการที่จะไม่ยอมรับมติของคณะสงฆ์ ของวัดหนองป่าพง และสาขา รวมทั้งกฎของมหาเถรสมาคม ทั้งๆที่คณะสงฆ์ ของวัดหนองป่าพง และสาขา ได้มีมติออกมาหลายครั้ง ที่จะไม่ยอมรับและให้ท่านล้มเลิก การกระทำดังกล่าวข้างต้น ท่านก็ยังดื้อดึง ทำตามความรู้สึกของตนเอง เหมือนกับท้าทายว่า คณะสงฆ์ของวัดหนองป่าพง และสาขา ไม่มีประสิทธิภาพในการทำอะไรกับท่านได้
เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาซึ่งจะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง และเพื่อความเป็นเอกภาพของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพง และสาขาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จึงจัดให้มีการประชุมขึ้น ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ วัดหนองป่าพง
โดยมีพระราชภาวนาวิกรม เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยพระเถรานุเถระ ทั้งในประเทศ ไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นกรรมการบริหารคณะสงฆ์ และประธานสงฆ์สาขาต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จำนวน ๑๖๐ รูป ในที่ประชุมสงฆ์ ได้ให้ท่านยอมรับในความผิด ที่กระทำการบวชภิกษุณีโดยลำพัง แต่ท่านไม่ยอมรับในความผิด ซึ่งขัดต่อระเบียบวินัยของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพง ที่ถือหลักปฏิบัติตามธรรมวินัย ของพระสงฆ์ฝ่ายเถรวาทในประเทศไทย จึงมีมติ เป็นเอกฉันท์ในที่ประชุมสงฆ์โดยพร้อมเพรียงกันตัดวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศ ออสเตรเลีย ซึ่งมีพระวิสุทธิสังวรเถร(พรหมวํโส) เป็นประธานสงฆ์ พ้นสภาพจากการเป็นสำนักสาขาของวัดหนองป่าพง เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับสาขาอื่นๆ ที่จะก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก เหมือนกับเนื้อร้ายที่สมควร ตัดออก เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปทำให้เนื้อที่ดีอยู่ เสื่อมเสียหายไปด้วย
วัดหนองป่าพง และสาขาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการกระทำใดๆ ของวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนำโดยพระวิสุทธิสังวรเถร(พรหมวํโส) ในการบวชภิกษุณีที่ผ่านมา และที่จะเกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคต
|